เค้าไพ่มังกร คือรูปแบบที่ฝั่ง Banker หรือ Player ชนะติดกันหลายตาจนคอลัมน์บน Big Road ยาวลงมาเป็นแนวเดียว และเป็นเค้าที่ผู้เล่นพูดถึงมากที่สุดเวลามองกระดาน บทความนี้ของ เซียนไพ่ เจาะเฉพาะมังกร ตั้งแต่เกณฑ์นับ จุดที่กลายเป็นหางมังกร ไปจนถึงโอกาสทางคณิตศาสตร์ของมังกรแต่ละความยาว
หลายคนชอบ “ตามมังกร” และอีกหลายคนชอบ “ตัดมังกร” ทั้งสองฝ่ายมักอ้างประสบการณ์จากขอนที่เคยเห็น เนื้อหาด้านล่างจึงเทียบความเชื่อทั้งสองแบบกับตัวเลขจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ พร้อมตัวอย่างคิดเงินเป็นบาท
เค้าไพ่มังกร คือช่วงที่ฝั่งเดียวชนะติดกันตั้งแต่ราว 5 ตาขึ้นไป บน Big Road จะเห็นเป็นคอลัมน์สีเดียวยาวลงมา เมื่อเกิน 6 ช่องผลจะเลี้ยวขวาเป็นหางมังกร เมื่อตัด Tie ออก โอกาส Banker ออกต่อแต่ละตายังอยู่ราว 50.68% และ Player ราว 49.32% ไม่ว่ามังกรจะยาวเท่าใด
เค้าไพ่มังกรนับกี่ตาถึงเรียกว่ามังกร
ไม่มีกติกาทางการที่กำหนดว่ากี่ตาจึงเป็นมังกร คู่มือภาษาไทยของ vcourse.ai ใช้เกณฑ์ว่าฝั่งเดิมออกซ้ำ “เกิน 5 ตาขึ้นไป” ส่วนบล็อก searemoneyonline ใช้คำว่า “ติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง” ในทางปฏิบัติ ผู้เล่นส่วนใหญ่เริ่มเรียกมังกรเมื่อคอลัมน์ยาว 4-5 ช่อง และเรียกหางมังกรเมื่อคอลัมน์ล้นความสูงตาราง
การนับใช้ Big Road เท่านั้น เพราะ Bead Road เรียงผลทีละตาจากบนลงล่าง มังกร 8 ตาบน Bead Road จึงถูกตัดเป็น 2 คอลัมน์ ดูไม่ออกว่าเป็นช่วงเดียวกัน ส่วน Big Road วางผลฝั่งเดียวกันในคอลัมน์เดียวจนกว่าผลจะเปลี่ยนฝั่ง
ผล Tie ไม่ทำให้มังกรขาด ตามคู่มือ Baccarat Roadmaps ของ Moshville ผลเสมอจะเป็นขีดเขียวทับวงกลมล่าสุด ตัวอย่างลำดับ B B B T B B B จึงนับเป็นมังกร Banker 6 ตา มีขีดเขียว 1 เส้นที่ช่องที่ 3
โอกาสเกิดเค้าไพ่มังกรแต่ละความยาว
Baccarat Terminal ระบุว่าในขอน 8 สำรับ Banker ชนะ 45.86% Player 44.62% และ Tie 9.52% เมื่อตัด Tie ออก Banker มีโอกาสราว 50.68% และ Player ราว 49.32% ต่อตา ตารางนี้คำนวณโอกาสที่ฝั่งหนึ่งชนะติดกันครบจำนวนตาจากจุดเริ่ม โดยถือว่าแต่ละตาเป็นอิสระต่อกัน
| ความยาวมังกร | Banker ติดกัน | Player ติดกัน |
|---|---|---|
| 3 ตา | 13.02% | 12.00% |
| 4 ตา | 6.60% | 5.92% |
| 5 ตา | 3.34% | 2.92% |
| 6 ตา | 1.69% | 1.44% |
| 7 ตา | 0.86% | 0.71% |
| 8 ตา | 0.44% | 0.35% |
| 10 ตา | 0.11% | 0.09% |
ตัวเลขลดลงราวครึ่งหนึ่งทุกครั้งที่ยาวขึ้น 1 ตา แต่สิ่งที่ตารางไม่ได้บอกคือ ถ้ามังกรยาวถึง 7 ตาแล้ว โอกาสที่ตาที่ 8 จะออกฝั่งเดิมยังอยู่ราว 50.68% สำหรับ Banker เพราะ 7 ตาที่ผ่านมาเกิดขึ้นไปแล้ว ไม่ได้ทำให้ตาต่อไปยากขึ้นหรือง่ายขึ้น
หางมังกรบน Big Road เกิดขึ้นอย่างไร
Big Road มีความสูง 6 ช่อง เอกสารคำอธิบายเกมบาคาร่าที่ยื่นต่อ Washington State Gambling Commission ระบุว่าเมื่อมีผลติดกันเกิน 6 ช่องในคอลัมน์ ผลที่เกินจะวางไปทางขวาตามแถวล่างสุดที่ว่างจนกว่าผลจะเปลี่ยนฝั่ง เรียกว่า dragon’s tail หรือหางมังกร และถ้าหางมังกรชนหางอีกเส้น ผลจะถูกเลื่อนไปขวาในแถวแรกที่ว่าง
ตัวอย่าง Banker ชนะติด 9 ตา คอลัมน์จะเต็ม 6 ช่องลงมา แล้วตาที่ 7, 8 และ 9 วางไปทางขวาในแถวที่ 6 รวมเป็นรูปตัว L ที่มีส่วนแนวนอน 3 ช่อง มังกร 12 ตาจะได้ส่วนแนวนอนยาว 6 ช่อง ทำให้กระดานบนจอขนาดเล็กเลื่อนไปทางขวาเร็วกว่าปกติ
เอกสารเดียวกันระบุว่าผู้เล่นจำนวนมากเลือกลงตามสตรีกปัจจุบัน หรือที่เรียกว่า “follow the dragon” ข้อนี้อธิบายพฤติกรรมของผู้เล่น ไม่ได้แปลว่าการตามมังกรมีโอกาสชนะสูงกว่าเดิม
ตามมังกรหรือตัดมังกร ตัวเลขบอกอะไร
ลองคิดเงินจริง ถ้าลงตามมังกร Banker ตาละ 500 บาท ชนะได้ 475 บาทหลังหักค่าคอมมิชชัน 5% ตามกติกาที่ Wikipedia อธิบาย แพ้เสีย 500 บาท ถ้าลงตัดมังกรด้วยการแทง Player ตาละ 500 บาท ชนะได้ 500 บาทเต็ม แพ้เสีย 500 บาท ความต่างระหว่างสองทางจึงอยู่ที่ค่าคอมมิชชันและความได้เปรียบเจ้ามือ ไม่ได้อยู่ที่ความยาวมังกร
Wikipedia ระบุความได้เปรียบเจ้ามือของ Banker ไว้ที่ 1.06% และ Player 1.24% ลงตาละ 500 บาท 40 ตา รวมยอดเดิมพัน 20,000 บาท ค่าคาดหวังคือเสียราว 212 บาทถ้าเลือก Banker และราว 248 บาทถ้าเลือก Player ไม่ว่าจะเลือกตามหรือตัดมังกร
กับดักที่พบบ่อยคือการเพิ่มเงินทุกครั้งที่ตัดมังกรแล้วแพ้ เช่น เริ่ม 500 บาทแล้วเพิ่มเป็น 1,000, 2,000 และ 4,000 บาท ถ้ามังกรยาวต่ออีก 4 ตา จะเสียรวม 7,500 บาท ขณะที่ตารางด้านบนแสดงว่ามังกร 4 ตาฝั่ง Banker เกิดได้ราว 6.60% ซึ่งไม่ได้น้อยจนมองข้ามได้
เค้าไพ่มังกรต่างจากเกมเสือมังกรอย่างไร
คำว่า “มังกร” ในเค้าไพ่หมายถึงสตรีกบนกระดานบาคาร่า ส่วนเสือมังกร (Dragon Tiger) เป็นอีกเกมที่แจกไพ่ฝั่งละ 1 ใบ แล้วเทียบไพ่ใบสูงกว่า ฝั่งมังกรในเกมนั้นเป็นชื่อช่องเดิมพัน ไม่ใช่สตรีก รายละเอียดอัตราจ่ายของเกมนั้นอ่านได้ที่ เสือมังกร อัตราจ่าย ความน่าจะเป็น และความได้เปรียบเจ้ามือ
อีกเรื่องที่มักสับสนคือมังกรกับเค้าสามตัวตัด ถ้าคอลัมน์ยาว 3 ช่องแล้วตัดซ้ำหลายรอบ จะเป็นสามตัวตัด แต่ถ้าคอลัมน์เดียวยาวต่อเนื่องเกิน 5 ช่องจึงจัดเป็นมังกร ภาพรวมของรูปแบบอื่นทั้งหมดอยู่ในบทความแม่เรื่องเค้าไพ่บาคาร่า
คำถามที่พบบ่อย
เค้าไพ่มังกรต้องออกติดกันกี่ตา?
ไม่มีเกณฑ์ทางการ คู่มือไทยส่วนใหญ่เริ่มเรียกเมื่อฝั่งเดิมออกติดกันเกิน 5 ตา และเรียกหางมังกรเมื่อคอลัมน์ยาวเกิน 6 ช่องจนเลี้ยวขวา
มังกรยาวแล้วต้องหักใช่ไหม?
ไม่ใช่ ทุกตายังมีโอกาสใกล้เคียงเดิม คือ Banker ราว 50.68% และ Player ราว 49.32% เมื่อตัด Tie ออก การเชื่อว่าต้องหักคือ gambler’s fallacy
มังกรฝั่ง Banker เกิดบ่อยกว่า Player หรือไม่?
บ่อยกว่าเล็กน้อย มังกร 6 ตาฝั่ง Banker มีโอกาสราว 1.69% เทียบกับ Player ราว 1.44% เพราะ Banker ชนะต่อตามากกว่าเล็กน้อย
Tie กลางมังกรทำให้มังกรขาดหรือไม่?
ไม่ขาด บน Big Road ผล Tie แสดงเป็นขีดเขียวทับวงกลมล่าสุด คอลัมน์มังกรยังนับต่อจากเดิม
หางมังกรชนกันจะแสดงอย่างไร?
ถ้าหางมังกรใหม่ชนหางเดิม ผลจะเลื่อนไปทางขวาในแถวแรกที่ว่าง ตามคำอธิบายในเอกสารที่ยื่นต่อ Washington State Gambling Commission
สรุปเรื่องเค้าไพ่มังกร
เค้าไพ่มังกรคือคอลัมน์ยาวของฝั่งเดียวบน Big Road เมื่อเกิน 6 ช่องจะกลายเป็นหางมังกร โอกาสเกิดมังกร 6 ตาฝั่ง Banker ราว 1.69% และ Player ราว 1.44% แต่ตาถัดไปของมังกรที่ยาวอยู่แล้วยังมีโอกาสเกือบ 50 ต่อ 50 เสมอ
การตามหรือตัดมังกรไม่ได้เปลี่ยนความได้เปรียบเจ้ามือ 1.06% ของ Banker และ 1.24% ของ Player การเพิ่มเงินไล่ตัดมังกรทำให้เสียหายเร็วกว่าที่คิด ควรกำหนดวงเงินที่เสียได้ก่อนเริ่มและหยุดตามแผน
เรียบเรียงโดย ทีมคอนเทนต์ เซียนไพ่ · ตรวจสอบข้อมูลโดย ทีมตรวจสอบข้อมูล เซียนไพ่ · แหล่งข้อมูลหลัก: Washington State Gambling Commission, Baccarat Terminal, Wikipedia (Baccarat)
